SSC Tuatara

เปิดตำนานของความเร็ว Hypercar รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Hypercar มาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรกันแน่ หรือต่างจาก Supercar ที่เราคุ้นเคยยังไง วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Hypercar กันอย่างละเอียด พร้อมทั้งเปิดเผย 5 อันดับ รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024 ที่จะทำให้คุณต้องอ้าปากค้างเลยล่ะ! ถ้าพร้อมแล้ว เราไปเริ่มกันเลยดีกว่า!

Hypercar คือรถอะไร

ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับ Hypercar กันก่อนดีกว่า! Hypercar คือรถที่แรงที่สุดในโลก ถูกออกแบบมาเพื่อความเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด มันเป็นรถที่อยู่เหนือกว่า Supercar ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี, สมรรถนะ, และราคา วิธีดูรถว่าคันไหนคือ Hypercar สังเกตุง่ายๆ ได้ตามนี้เลย

  • ความเร็วสูงลิบ : สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 350 กม./ชม.
  • กำลังเครื่องยนต์มหาศาล : มีแรงม้ามากกว่า 1,000 แรงม้าขึ้นไป
  • น้ำหนักเบา : ใช้วัสดุล้ำสมัยอย่างคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนัก
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย : มีระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบช่วยขับขี่ที่ทันสมัยที่สุด
  • การผลิตจำนวนจำกัด : มักผลิตในจำนวนน้อย ทำให้หายากและมีราคาแพงมาก
  • ดีไซน์สุดล้ำ : มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สวยงาม และเน้นประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์

Hypercar ไม่ได้เป็นแค่รถยนต์ แต่มันคือผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมที่แสดงถึงขีดสุดของเทคโนโลยียานยนต์ในยุคปัจจุบัน แต่ละคันเป็นเหมือนงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สามารถพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงลิบได้อย่างน่าทึ่ง!

รถ Supercar VS Hypercar ต่างกันอย่างไร

ในวงการยานยนต์สมรรถนะสูง คำว่า Supercar และ Hypercar มักถูกใช้สลับกันไปมา ทำให้หลายคนสับสนและสงสัยว่าทั้งสองประเภทนี้แตกต่างกันอย่างไร แม้ว่าทั้ง Supercar และ Hypercar จะเป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงเหนือกว่ารถยนต์ทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีความแตกต่างที่สำคัญหลายประการ ที่แยกทั้งสองประเภทนี้ออกจากกัน มาทำความเข้าใจกันว่า Supercar และ Hypercar แตกต่างกันอย่างไร

สมรรถนะและความเร็วแรง

Supercar และ Hypercar ต่างก็เป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง แต่ Hypercar นั้นถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด Supercar โดยทั่วไปสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีกำลังเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 500 ถึง 700 แรงม้า ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจมากแล้วสำหรับรถยนต์ทั่วไป

แต่ Hypercar นั้นถูกพัฒนาให้มีสมรรถนะที่สูงกว่านั้นอีกขั้น โดยสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีกำลังเครื่องยนต์ที่สูงถึง 1,000 แรงม้าขึ้นไป บางรุ่นอาจมีกำลังสูงถึง 1,500 แรงม้าหรือมากกว่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่แทบจะไม่น่าเชื่อสำหรับรถยนต์ที่สามารถวิ่งบนถนนได้จริง

นอกจากนี้ Hypercar ยังมักจะมีอัตราเร่งที่เหนือกว่า สามารถทำ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2-3 วินาทีเท่านั้น ในขณะที่ Supercar อาจใช้เวลาประมาณ 3-4 วินาที ซึ่งถึงแม้จะต่างกันเพียงเสี้ยววินาที แต่ในโลกของรถยนต์สมรรถนะสูง ทุกเสี้ยววินาทีล้วนมีความหมาย

ราคาและความหายาก

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดอีกประการหนึ่งระหว่าง Supercar และ Hypercar คือราคาและความหายาก Supercar นั้นมีราคาที่สูงมากอยู่แล้ว โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณ 10-20 ล้านบาท ซึ่งก็เป็นราคาที่สูงเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเอื้อมถึง

แต่ Hypercar นั้นมีราคาที่สูงกว่านั้นมาก โดยมักจะเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาทขึ้นไป และบางรุ่นอาจมีราคาสูงถึงหลายร้อยล้านบาท ซึ่งทำให้ Hypercar กลายเป็นสินค้าที่เข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงมากๆ เรียกได้ว่าต้องโครตรวยเท่านั้นถึงจะซื้อได้

นอกจากราคาที่สูงลิบลิ่วแล้ว Hypercar ยังมีความหายากมากกว่า Supercar อย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ Supercar อาจผลิตออกมาหลายพันคันต่อรุ่น แต่ Hypercar มักจะถูกผลิตในจำนวนที่จำกัด บางรุ่นอาจเป็นรุ่นลิมิเต็ด มีเพียงไม่กี่สิบคันเท่านั้น บางครั้งอาจผลิตเพียงคันเดียวเพื่อเป็นรถต้นแบบหรือรถแสดงเทคโนโลยี ความหายากนี้ยิ่งทำให้ Hypercar มีความพิเศษและเป็นที่ต้องการในหมู่นักสะสมมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีและนวัตกรรม

ทั้ง Supercar และ Hypercar ต่างก็ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการผลิต แต่ Hypercar มักจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทดลองและแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในวงการยานยนต์

Supercar ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง ทั้งในด้านของวัสดุ เช่น การใช้คาร์บอนไฟเบอร์ในการผลิตตัวถัง หรือระบบเบรกเซรามิก รวมไปถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ช่วยในการควบคุมรถ

แต่ Hypercar นั้นมักจะใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น บ่อยครั้งที่เทคโนโลยีเหล่านี้ยังอยู่ในขั้นทดลองและยังไม่พร้อมสำหรับการผลิตในวงกว้าง เช่น การใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง, การใช้วัสดุนาโนในการผลิตชิ้นส่วน, หรือระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอคทีฟที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ตามความเร็วของรถ เทคโนโลยีเหล่านี้มักจะถูกทดสอบและพัฒนาใน Hypercar ก่อนที่จะถูกนำมาใช้ใน Supercar หรือรถยนต์ทั่วไปในอนาคต

การใช้งานและความเป็นไปได้ในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าทั้ง Supercar และ Hypercar จะเป็นรถยนต์สมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อความเร็วและสมรรถนะเป็นหลัก แต่ Supercar ยังพอมีความเป็นไปได้ในการใช้งานในชีวิตประจำวันอยู่บ้าง หลาย ๆ รุ่นถูกออกแบบมาให้สามารถขับขี่บนถนนทั่วไปได้อย่างสะดวกพอสมควร มีพื้นที่เก็บสัมภาระบ้าง และมีความสะดวกสบายในระดับหนึ่ง

ในทางตรงกันข้าม Hypercar มักจะถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่คำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งานทั่วไปมากนัก หลายรุ่นมีความสูงจากพื้นที่ต่ำมาก ทำให้การขับขี่บนถนนทั่วไปเป็นเรื่องยาก ไม่มีพื้นที่เก็บสัมภาระ และอาจมีข้อจำกัดในการใช้งานหลายประการ เช่น ต้องการเชื้อเพลิงพิเศษ หรือต้องการการดูแลรักษาที่เข้มงวดมาก ทำให้ Hypercar เหมาะสำหรับการใช้งานในสนามแข่งหรือการแสดงมากกว่าการใช้งานในชีวิตประจำวัน

โดยสรุปแล้ว Hypercar เปรียบเสมือน Supercar ที่ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นในทุกด้าน ทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี ความหายาก และราคา มันเป็นยานยนต์ที่แทบจะไม่มีข้อจำกัดในการออกแบบและผลิต นอกเหนือจากข้อจำกัดทางกฎหมายและกฎทางฟิสิกส์เท่านั้น Hypercar จึงเป็นเสมือนจุดสูงสุดของวิศวกรรมยานยนต์ที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นได้ในปัจจุบัน

5 อันดับ รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024

มาถึงไฮไลท์ของเรากันแล้ว! เรามาดูกันว่า 5 อันดับ Hypercar รถที่เร็วที่สุดในโลก ประจำปี 2024 มีรถอะไรกันบ้าง แต่ละคันมีความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง)เท่าไหร่ และมีจุดเด่นอะไรที่ทำให้พวกมันกลายเป็นสุดยอด Hypercar แห่งยุค มาดูกันเลย!

อันดับ 5 : Devel Sixteen (ราคาประมาณ 49,060,000 บาท)

รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024 อันดับ 5 ได้แก่ Devel Sixteen รถยนต์รุ่นนี้ราคาเกือบ 50 ล้านบาท เป็นตัวแทนของความก้าวล้ำทางวิศวกรรมยานยนต์สัญชาติดูไบ ที่มาพร้อมกับการออกแบบที่เหนือจินตนาการและสมรรถนะที่ท้าทายขีดจำกัด มาทำความรู้จักกับ Hypercar คันนี้ให้มากขึ้นกันเลยเถอะว่าจะเร็วและแรงขนาดไหน

Devel Sixteen

ดีไซน์ของ Devel Sixteen

  • ดีไซน์โฉบเฉี่ยวคล้ายยานอวกาศ สร้างความตื่นตาตื่นใจในทุกมุมมอง
  • เส้นสายโค้งมนที่ลื่นไหลตลอดทั้งคัน ช่วยลดแรงต้านอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ไฟหน้าและไฟท้าย LED ดีไซน์เฉียบคม เสริมความโฉบเฉี่ยวให้กับตัวรถ
  • ตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง
  • การใช้วัสดุคอมโพสิตพิเศษในจุดสำคัญ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งโดยไม่เพิ่มน้ำหนัก
  • กระจกหน้าต่างทำจากวัสดุพิเศษที่ทนทานและน้ำหนักเบา

พละกำลังที่เหนือจินตนาการ

  • เครื่องยนต์ V16 ขนาดมหึมา 12.3 ลิตร ให้กำลังสูงถึง 5,000 แรงม้า
  • ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ เพิ่มแรงอัดอากาศเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรงความดันสูง เพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์
  • เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดมหาศาล
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อการยึดเกาะถนนที่เหนือชั้น
  • ระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ ปรับแต่งการทำงานให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนน

สมรรถนะที่ท้าทายขีดจำกัด

  • ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) 483. ท้าทายขีดจำกัดของฟิสิกส์
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.8 วินาที
  • ระยะทาง 1/4 ไมล์ ทำได้ในเวลาต่ำกว่า 8 วินาที

ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง

  • คาลิปเปอร์เบรกแบบ 6 พิสตัน ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง
  • จานเบรกเซรามิกคาร์บอน ทนความร้อนสูงและน้ำหนักเบา
  • ระบบ ABS และ EBD ปรับแต่งมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

  • สปอยเลอร์หลังแบบปรับระดับอัตโนมัติ ปรับตามความเร็วเพื่อเพิ่มแรงกดที่เหมาะสม
  • ดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังขนาดใหญ่ ช่วยสร้างแรงดึงดูดกับพื้น
  • ช่องระบายอากาศอัจฉริยะ เปิด-ปิดอัตโนมัติเพื่อการระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ
  • ระบบกันสะเทือนแบบ Push-rod ปรับตั้งได้ตามสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่
  • ระบบควบคุมความสูงแบบไฮดรอลิก สามารถยกตัวถังขึ้นเพื่อผ่านเนินหรือลูกระนาด
  • ล้อแม็กซ์น้ำหนักเบาพิเศษ พร้อมยางสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเฉพาะ

อันดับ 4 : Hennessey Venom F5 (ราคาประมาณ 104,902,500 บาท)

Hennessey Venom F5

มาต่อกันที่รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024 อันดับ 4 กับแบรนด์รถยนต์ Hennessey ที่ผลิตรถหรู Venom F5 Revolution Roadster ออกมาจำนวนจำกัดไว้เพียงแค่ 12 คันในโลก และราคาก็สูงลิบ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 104,902,500 บาท เห็นราคาสูงขนาดนี้ แต่ทั้งหมดนี้ได้ถูกจับจองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครที่ได้ไปครอบครองบอกเลยต้องรวยและทรงอิทธิพลสุดๆ เพราะไม่ใช่ว่าใครก็มีได้ Hennessey Venom F5 คือการพิสูจน์ศักยภาพของวิศวกรรมยานยนต์สัญชาติอเมริกัน ที่มาพร้อมกับพลังและความเร็วเหมือนม้ามืด ใครที่ชอบ รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024 ต้องห้ามพลาด มาทำความรู้จักกับ Hypercar คันนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกัน

พลังขับเคลื่อนที่เหนือชั้น

  • เครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.6 ลิตร ทวินเทอร์โบ
  • กำลังสูงสุดถึง 1,817 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที
  • แรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที
  • ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) 484
  • อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.6 วินาที
  • เกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 จังหวะ ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดมหาศาล
  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตแท้
  • ระบบควบคุมการขับขี่หลายโหมด ปรับแต่งได้ตามสไตล์การขับและสภาพถนน

โครงสร้างและตัวถัง Hennessey Venom F5 

  • โครงสร้างหลักทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง
  • ตัวถังภายนอกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด ลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ
  • น้ำหนักรวมเพียง 1,360 กิโลกรัม ทำให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่สูงมาก
  • สัดส่วนการกระจายน้ำหนักที่สมดุล เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ
  • ตำแหน่งเครื่องยนต์วางกลางลำ ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ

การออกแบบภายนอก Hennessey Venom F5 

  • รูปทรงที่ออกแบบโดยคำนึงถึงอากาศพลศาสตร์เป็นหลัก
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำมาก เพื่อลดแรงต้านที่ความเร็วสูง
  • สปอยเลอร์หลังแบบปรับระดับอัตโนมัติ ปรับตามความเร็วเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ

ระบบระบายความร้อน

  • ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ด้านหน้า เพื่อระบายความร้อนเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงหน้า ช่วยลดแรงยกที่ความเร็วสูง
  • ดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังขนาดใหญ่ ช่วยสร้างแรงกดที่ล้อหลัง

เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสมรรถนะสูงสุด

  • ระบบกันสะเทือนแบบปรับตั้งได้ ปรับความนุ่มแข็งตามสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่
  • ชุดเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาลิปเปอร์ 6 พิสตัน เพื่อการหยุดที่ทรงพลัง
  • ยางพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Venom F5 เพื่อรองรับความเร็วสูงและแรงบิดมหาศาล
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ที่สามารถปรับระดับได้หลายระดับ
  • โครงสร้างนิรภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ขับขี่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่ความเร็วสูง

อันดับ 3 : Bugatti Bolide (ราคา 165 ล้านบาท)

Bugatti Bolide

รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024 อันดับ 3 แล้วกับ Bugatti Bolide ทั่วโลกมีจำหน่ายแค่ 40 คัน ด้วยราคา 4.7 ล้านเหรียญ (165 ล้านบาทไทย) เป็นหนึ่งในรถที่มีราคาสูงที่สุดที่ Bugatti เคยสร้างมา ถึงราคาจะแรงแต่ว่าทั้ง 40 คัน ก็ถูกจับจองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการรวมตัวของนวัตกรรมและความเป็นเลิศทางวิศวกรรมจากแบรนด์รถหรูระดับตำนานอย่าง Bugatti มาทำความรู้จักกับ Hypercar สุดล้ำคันนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

พลังขับเคลื่อน Bugatti Bolide

  • เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ควอดเทอร์โบ
  • กำลังสูงสุดถึง 1,850 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที
  • ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) 490.4
  • แรงบิดสูงสุด 1,850 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 2,000-7,025 รอบต่อนาที
  • ระบบหล่อเย็นประสิทธิภาพสูง รองรับการใช้งานหนักในสนามแข่ง
  • เกียร์คลัทช์คู่ 7 จังหวะ ออกแบบมาเพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและแม่นยำ
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ปรับแต่งมาเพื่อการใช้งานในสนามแข่ง
  • ระบบควบคุมการขับขี่แบบปรับได้หลายโหมด เพื่อปรับแต่งให้เหมาะกับสภาพสนามและสไตล์การขับ

โครงสร้างและวัสดุล้ำสมัย

  • โมโนค็อกตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษ
  • ชิ้นส่วนภายนอกทั้งหมดทำจากคาร์บอนไฟเบอร์และไทเทเนียม
  • น้ำหนักรวมเพียง 1,240 กิโลกรัม ทำให้มีอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าที่เหนือชั้น
  • ใช้สลักเกลียวและน็อตที่ทำจากไทเทเนียม เพื่อลดน้ำหนักในทุกจุด
  • ระบบท่อไอเสียทำจากไทเทเนียม 3D-printed น้ำหนักเบาแต่ทนทาน
  • ล้อแม็กซ์ทำจากแมกนีเซียมฟอร์จ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง

การออกแบบภายนอก Bugatti Bolide

  • รูปทรงที่ออกแบบโดยคำนึงถึงอากาศพลศาสตร์เป็นหลัก
  • สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ สร้างแรงกดมหาศาลที่ความเร็วสูง
  • ดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังขนาดใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างแรงดึงดูดกับพื้น

นวัตกรรมการระบายความร้อน

  • ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่บนฝากระโปรงหน้า ช่วยระบายความร้อนและลดแรงยก
  • ช่องอากาศด้านข้างและด้านบนตัวรถ ออกแบบให้อากาศไหลผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบระบายความร้อนแบบแอคทีฟ ปรับเปลี่ยนตามความต้องการของเครื่องยนต์

เทคโนโลยีเพื่อสมรรถนะสูงสุด

  • ระบบกันสะเทือนแบบ Push-rod ปรับตั้งได้ ออกแบบมาเพื่อสนามแข่งโดยเฉพาะ
  • ชุดเบรกคาร์บอนเซรามิกขนาดใหญ่ พร้อมคาลิปเปอร์ 8 พิสตัน สำหรับการหยุดที่รวดเร็วและแม่นยำ
  • ยางสลิคสำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ เพื่อการยึดเกาะที่เหนือชั้น
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) ที่ปรับแต่งมาสำหรับการใช้งานในสนามแข่ง
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ที่สามารถปรับระดับได้หลายระดับหรือปิดได้ทั้งหมด
  • โครงสร้างนิรภัยที่ผ่านมาตรฐาน FIA สำหรับรถแข่ง

อันดับ 2 : Bugatti Chiron Super Sport 300+ (ราคาประมาณ 117,795,000 บาท)

Bugatti Chiron Super Sport 300

รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024 อันดับ 2 คือ Bugatti Chiron Super Sport 300+ จำกัดจำนวนการผลิตมีเพียงแค่ 30 คันในโลก Bugatti Chiron Super Sport 300+ หากรวมภาษีนำเข้าของประเทศไทยราคาจะอยู่ที่ 3,500,000 ยูโร (ประมาณราวๆ 117,795,000 บาท) เป็นยานยนต์ที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นรถยนต์คันแรกที่ทะลุกำแพง 300 ไมล์ต่อชั่วโมง

กำลังขับเคลื่อน

  • เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร ควอดเทอร์โบ
  • กำลังสูงสุดถึง 1,600 แรงม้า ที่ 7,050 รอบต่อนาที
  • ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) 509
  • แรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 2,000 ถึง 6,000 รอบต่อนาที
  • ระบบหล่อเย็นที่ได้รับการปรับแต่งพิเศษเพื่อรองรับการทำงานที่ความเร็วสูงต่อเนื่อง
  • เกียร์คลัทช์คู่ 7 จังหวะ ที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อรองรับความเร็วสูงสุด
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ปรับแต่งเพื่อการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมแม้ที่ความเร็วสูง
  • ระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ ปรับเปลี่ยนการทำงานตามความเร็วและสภาพถนน

การออกแบบเพื่อความเร็วสูงสุด

  • ตัวถังยาวกว่า Chiron ปกติ 25 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มเสถียรภาพที่ความเร็วสูง
  • โครงสร้างโมโนค็อกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงสูง
  • การออกแบบที่เน้นการลดแรงต้านอากาศในทุกรายละเอียด
  • กันชนหน้าออกแบบใหม่ ลดแรงยกที่ความเร็วสูง
  • ท่อไอเสียแบบไทเทเนียมคู่ ย้ายขึ้นไปอยู่ด้านบนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของดิฟฟิวเซอร์
  • ปีกหลังแบบปรับระดับได้ ทำงานร่วมกับระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอคทีฟ

เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสมรรถนะสูงสุด

  • ระบบกันสะเทือนแบบปรับตัวได้ ปรับความแข็งตามความเร็วและสภาพถนน
  • ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกขนาดใหญ่ พร้อมคาลิปเปอร์ 8 พิสตัน
  • ยางพิเศษที่ออกแบบร่วมกับ Michelin เพื่อรองรับความเร็วสูงสุด
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ที่ทำงานแม้ที่ความเร็วสูงสุด
  • โครงสร้างนิรภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ขับขี่แม้ในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่ความเร็วสูง

ความพิเศษและความหายากของ Bugatti Chiron

  • ผลิตเพียง 30 คันเท่านั้นทั่วโลก
  • แต่ละคันได้รับการประกอบด้วยมือโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
  • มีการรับรองและหมายเลขประจำรถแต่ละคัน

รายละเอียดพิเศษ Bugatti Chiron Super Sport 300+

  • สีตัวถังสีดำคาร์บอนไฟเบอร์เปลือย ตัดกับแถบสีส้ม
  • ล้อแม็กซ์ลายพิเศษ น้ำหนักเบา
  • ภายในตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง ผสมผสานระหว่างความหรูหราและความสปอร์ต

อันดับ 1 : SSC Tuatara (ราคาประมาณ 50 – 60 ล้านบาท)

SSC Tuatara

รถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก 2024 อันดับ 1 ได้แก่ SSC Tuatara รถไฮเปอร์คาร์จากสัญชาติอเมริกัน ถูกผลิตขึ้นโดยมีจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น ที่นอกจากจะเป็น Hypercar รถที่เร็วที่สุดในโลก ยังเป็นตัวแทนของความสำเร็จในวงการยานยนต์สัญชาติอเมริกัน ที่สามารถพิชิตสถิติความเร็วสูงสุดบนถนนได้อย่างเป็นทางการ

SSC Tuatara ราคาในต่างประเทศอยู่ที่ราวๆ 1,901,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 50 – 60 ล้านบาท แต่ราคาในไทยยังไม่มีข้อมูลที่แน่นอน เพราะด้วยภาษีนำเข้ารถต่างประเทศที่พุ่งสูง และรถรุ่น SSC Tuatara นั้นยังไม่มีการนำเข้ามาในไทย ทำให้ข้อมูลเรื่องราคาในไทยนั้นยังไม่สามารถระบุได้

พลังขับเคลื่อน SSC Tuatara

  • เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.9 ลิตร ทวินเทอร์โบ
  • กำลังสูงสุด 1,750 แรงม้า เมื่อใช้น้ำมัน E85
  • แรงบิดสูงสุด 1,735 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตร/ชั่วโมง) ที่ได้รับการรับรอง 532.93 

ระบบส่งกำลัง

  • เกียร์กึ่งอัตโนมัติ 7 จังหวะ ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดมหาศาล
  • ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตแท้
  • ระบบควบคุมการขับขี่หลายโหมด ปรับแต่งได้ตามสไตล์การขับและสภาพถนน

โครงสร้างและตัวถัง SSC Tuatara

  • โครงสร้างหลักและตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด
  • น้ำหนักรวมเพียง 1,247 กิโลกรัม ทำให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่สูงมาก
  • การกระจายน้ำหนักที่สมดุล 45:55 (หน้า:หลัง) เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) เพียง 0.279 ซึ่งต่ำมากสำหรับรถยนต์
  • รูปทรงที่ได้รับการออกแบบโดยใช้การจำลองทางคอมพิวเตอร์ขั้นสูง
  • ระบบอากาศพลศาสตร์แบบแอคทีฟ ปรับเปลี่ยนตามความเร็วเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

เทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสมรรถนะสูงสุด

  • ระบบกันสะเทือนแบบปรับตั้งได้ ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการใช้งานบนถนนและสนามแข่ง
  • ชุดเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมคาลิปเปอร์ 6 พิสตัน เพื่อการหยุดที่ทรงพลัง
  • ยางพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Tuatara เพื่อรองรับความเร็วสูงและแรงบิดมหาศาล
  • ระบบควบคุมการทรงตัวอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ที่สามารถปรับระดับได้หลายระดับ
  • โครงสร้างนิรภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ขับขี่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่ความเร็วสูง

การออกแบบและผลิต SSC Tuatara

  • ออกแบบและพัฒนาโดยทีมวิศวกรชาวอเมริกันทั้งหมด
  • ผลิตในสหรัฐอเมริกา ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสูงสุด
  • การทดสอบอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อรับประกันคุณภาพและความปลอดภัย

นวัตกรรมและเทคโนโลยี

  • การใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3D ในการผลิตชิ้นส่วนบางรายการ
  • ระบบอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ควบคุมที่พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด
  • การใช้วัสดุและกระบวนการผลิตล่าสุดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

บทส่งท้าย

และนี่ก็คือ 5 อันดับ Hypercar รถที่เร็วที่สุดในโลก 2024! แต่ละคันล้วนเป็นผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรมที่แสดงให้เห็นถึงขีดสุดของเทคโนโลยียานยนต์ในยุคปัจจุบัน

แม้ว่าเราอาจไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของหรือขับขี่ Hypercar เหล่านี้ แต่การได้เห็นพัฒนาการและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำไปพัฒนาต่อยอดและใช้ในรถยนต์ทั่วไปในอนาคตอย่างแน่นอน

RELATES POST